ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และระยะเวลาการแจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ฯ

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และระยะเวลาการแจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่และเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

โดยที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่และรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา รวมถึงอายุสัญญาและค่าสัมปทาน หรือค่าตอบแทนต่าง ๆตามการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น ต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๒๔) และมาตรา ๘๒ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และระยะเวลาการแจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่และเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ไว้ดังต่อไปนี้

 ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐหรือบุคคลใดที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติองค์กจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ใช้บังคับ

“กิจการกระจายเสียง” หมายความว่า กิจการกระจายเสียงตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมหน้า ๒๘ เล่ม ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๑๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

[box type=”info” ]

“กิจการโทรทัศน์” หมายความว่า กิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

“สถานีวิทยุคมนาคม” หมายความว่า สถานีวิทยุคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม ที่ใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

“เครื่องวิทยุคมนาคม” หมายความว่า เครื่องวิทยุคมนาคมตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมที่ใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาความจำเป็นการใช้คลื่นความถี่ด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

[/box]

ข้อ ๒ ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์ คลื่นความถี่

รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์ และระยะเวลาที่กำหนดในประกาศนี้

ข้อ ๓ กรณีที่ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่เป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐและได้มีการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาให้บุคคลอื่นใดประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาดังกล่าว รวมถึงอายุสัญญาและค่าสัมปทานหรือค่าตอบแทนต่าง ๆ ตามการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้นต่อคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศนี้

การอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาให้หมายความรวมถึง การทำสัญญาให้บุคคลอื่นเช่าช่วงเวลาหรือร่วมผลิตรายการกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และสัญญาในรูปแบบอื่นใดที่ให้บุคคลมีสิทธิประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

ข้อ ๔ การแจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่และเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ตามข้อ ๒ และข้อ ๓ ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดแนบท้ายประกาศนี้ โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดข้อมูลที่เป็น

สาระสำคัญ ดังนี้

(๑) รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ตั้งแต่ได้รับการจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ชอบด้วยกฎหมาย จนถึงวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ซึ่งประกอบด้วย

๑) รายละเอียดคลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์ในแต่ละคลื่นความถี่ ได้แก่

  • (ก) ชื่อหน่วยงานหรือบุคคลที่ได้รับการจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่
  • (ข) ความถี่ที่ได้รับการจัดสรรหรือใช้ประโยชน์
  • (ค) แถบความกว้างคลื่นความถี่ (bandwidth)

หน้า ๒๙ เล่ม ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๑๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

  • (ง) ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่
  • (จ) จำนวนค่าตอบแทนการใช้คลื่นความถี่ที่ต้องชำระให้รัฐ
  • (ฉ) ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ได้แก่ เลขที่เอกสาร

การอนุญาต และวันที่ได้รับอนุญาต

  • (ช) รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาให้บุคคลอื่นประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ได้แก่ ระยะเวลาการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ตอบแทนการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา หรือข้อมูลรายละเอียดอื่นได้แก่ เลขที่และวันที่ทำสัญญา หรือประเภทการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญา

๒) รายละเอียดเกี่ยวกับสถานีวิทยุคมนาคมที่ใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้

  • (ก) รายละเอียดสถานที่ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมทั้งหมด ได้แก่ สถานที่ตั้ง Latitude

และ Longitude

  • (ข) คลื่นความถี่ของแต่ละสถานี
  • (ค) ลักษณะทางเทคนิคของสถานีวิทยุคมนาคม ได้แก่ จำนวนเครื่องวิทยุคมนาคม ขนาดของกำลังส่งออกอากาศ (ERP) อัตราขยายสายอากาศ ความสูงสายอากาศจากพื้นดิน ประเภท การแพร่กระจายคลื่นความถี่และรูปแบบการแพร่กระจายคลื่นของสายอากาศ (Antenna Pattern) Polarization (Vertical, Horizontal, Mixed)
  • (ง) ลักษณะการสื่อสาร
  • (จ) ประเภทย่อยของการสื่อสาร
  • (ฉ) รหัสประเภทสถานีวิทยุคมนาคม
  • (ช) รหัสกิจการวิทยุคมนาคม
  • (ซ) รัศมีการใช้งานสถานีวิทยุคมนาคม หรือขอบเขตพื้นที่การให้บริการรัศมีเป็นกิโลเมตร

๓) รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย

  • (ก) ตราอักษร (Brand)
  • (ข) รุ่น/แบบ (Model)
  • (ค) ชนิดหรือประเภทของเครื่องวิทยุคมนาคม เช่น ประเภทติดตั้งประจำที่ หรือติดตั้ง ในยานพาหนะ หรืออื่น ๆ เป็นต้น
  • (ง) กำลังส่ง
  • (จ) หมายเลขเครื่อง (Serial Number)
  • (ฉ) หมายเลขทะเบียนวิทยุคมนาคม (ปท./กทช./NTC_ID)

๔) รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์ในแต่ละคลื่นความถี่ ได้แก่

  • (ก) ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะหรือประเภทการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ ได้แก่ ข้อมูล การประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์กรณีที่ประกอบการด้วยตนเอง หรือมีการอนุญาต สัมปทาน สัญญาให้บุคคลอื่นประกอบกิจการดังกล่าว
  • (ข) วัตถุประสงค์และเหตุผลการได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดที่มีการแสดงข้อมูล หลักฐานของการใช้คลื่นความถี่ตามความเป็นจริงที่แจ้งชัดในแต่ละช่วงเวลาตั้งแต่ได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • (ค) ภารกิจ อำนาจหน้าที่และวัตถุประสงค์ของหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่
  • (ง) วัตถุประสงค์ของการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ เช่น การดำเนินการเพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้ความรู้ เพื่อการศึกษา เพื่อความมั่นคงของรัฐ เพื่อบรรเทาสาธารณะภัย เพื่อให้ความบันเทิง หรือเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
  • (จ) ประโยชน์การใช้คลื่นความถี่ที่เกิดต่อหน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่
  • (ฉ) ประโยชน์การใช้คลื่นความถี่ที่เกิดต่อประโยชน์สาธารณะ
  • (ช) รายละเอียดขอบเขตพื้นที่การให้บริการ
  • (ซ) ข้อมูลผังรายการ ข้อมูลแสดงสัดส่วนประเภทเนื้อหาและรูปแบบรายการในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์
  • (ฌ) ข้อมูลทางเทคนิคในการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์
  • (ญ) เหตุผลอื่นของการได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ (ถ้ามี)

(๒) รายละเอียดข้อมูลเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่แต่ละคลื่นความถี่ต่อไปในอนาคต ประกอบด้วยข้อมูล ดังนี้

  • ๑) เหตุผลและความจำ เป็นในการถือครองคลื่นความถี่แต่ละคลื่นความถี่ต่อไปและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่นั้น ๆ ต่อไป
  • ๒) ระยะเวลาสูงสุดที่จำเป็นสำหรับการถือครองคลื่นความถี่ พร้อมเหตุผลที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่นั้น ทั้งนี้ การแจ้งระยะเวลาดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนดในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่
  • ๓) แหล่งรายได้ หรือที่มาของงบประมาณในการบริหารจัดการสถานี

(๓) ข้อมูลและเอกสารหลักฐานอื่นตามที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเรียกเพิ่มเติมในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีความจำเป็นที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะต้องพิจารณาข้อมูลดังกล่าว หน้า ๓๑ เล่ม ๑๒๙ ตอนพิเศษ ๑๕๓ ง ราชกิจจานุเบกษา ๘ ตุลาคม ๒๕๕๕

ข้อ ๕ การแจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่และเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ต่อคณะกรรมการ ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ต้องยื่นเอกสารหลักฐานประกอบ ดังนี้

  • (๑) สำเนาเอกสารเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่หรือให้ใช้คลื่นความถี่แต่ละคลื่นความถี่
  • (๒) สำเนาเอกสารการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาให้บุคคลอื่นประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ ตั้งแต่ได้รับจัดสรรหรือใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • (๓) สำเนาเอกสารการอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมจากกรมไปรษณีย์ โทรเลข สำนักงานกทช. สำนักงาน กสทช. หรือกรมประชาสัมพันธ์
  • (๔) สำเนาเอกสารการอนุญาตให้ใช้หรือนำเข้าเครื่องวิทยุคมนาคม
  • (๕) กรณีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ให้อนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาซึ่งต้องนำส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลัง ให้ยื่นสำเนาเอกสารการนำส่งรายได้ต่อกระทรวงการคลังตามมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑
  • (๖) เอกสารอื่น ๆ ที่แสดงความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ เช่น แผนประกอบธุรกิจหรือแผนการลงทุน เป็นต้น
  • (๗) กรณีบุคคลธรรมดาให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • (๘) กรณีห้างหุ้นส่วน บริษัท บริษัทจำกัดมหาชน ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล ซึ่งแสดงวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล และผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลที่กระทรวงพาณิชย์ ออกให้ไม่เกิน ๑ เดือนนับถึงวันยื่นแบบ สำเนาหนังสือบริคณห์สนธิ สำเนาหนังสือรับรองตราประทับของนิติบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันนิติบุคคล กรณีนิติบุคคลประเภทอื่น ให้ยื่นสำเนาเอกสาร หลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคล พร้อมระบุวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการผูกพันนิติบุคคล
  • (๙) กรณีหน่วยงานของรัฐให้ยื่นสำเนาหนังสือหรือกฎหมายซึ่งให้อำนาจในการจัดตั้งองค์กร พร้อมวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์กร
  • (๑๐) กรณีมอบอำนาจให้ยื่นเอกสารแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ

ข้อ ๖ ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ต้องยื่นแบบแจ้งตามข้อ ๔ พร้อมเอกสารหลักฐาน ประกอบการแจ้งตามข้อ ๕ จำนวน ๑ ชุด และสำเนาเอกสารอีกจำนวน ๓ ชุด โดยต้องรับรองสำเนา เอกสารหลักฐานทุกฉบับให้ครบถ้วน พร้อมทั้งจัดทำเอกสารหลักฐานที่บันทึกลงสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน ๒ ชุด ซึ่งจะยื่นด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ณ สำนักงานคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขที่ ๘๗ ซอยพหลโยธิน ๘ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ ภายในระยะเวลาเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ให้ถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นวันยื่นแบบแจ้งและเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งตามประกาศนี้

หน้า ๓๒

หากผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ไม่สามารถยื่นแบบแจ้งพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการ แจ้งภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นขอขยายระยะเวลาพร้อมเหตุผลความจำเป็นล่วงหน้าก่อนครบ กำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง โดยให้ยื่นเป็นหนังสือต่อสำนักงานด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับมายังสำนักงานตามสถานที่ในวรรคหนึ่ง

ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่อาจขอขยายระยะเวลาพร้อมเหตุผลความจำเป็นตามวรรคสอง ได้ครั้งละสิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาการยื่น โดยจะขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกินสองครั้ง

ข้อ ๗ เมื่อสำนักงานได้รับแบบแจ้งและเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งตามประกาศนี้แล้ว ให้สำนักงานดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของแบบแจ้งและเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งดังกล่าวภายในสามสิบวัน ทั้งนี้ อาจขอขยายระยะเวลาได้ไม่เกินสิบห้าวัน หากปรากฏว่าแบบแจ้งหรือ

เอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ดำเนินการแก้ไขแบบแจ้ง หรือจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ข้อ ๘ หากผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ไม่ยื่นแบบแจ้งภายในกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๖ หรือไม่ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งให้ครบถ้วนถูกต้อง หรือไม่ยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายใน ระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ ๗ ให้ถือว่าผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ไม่ประสงค์แจ้งรายละเอียดตามประกาศนี้ และไม่มีเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อไป

ข้อ ๙ ให้สำนักงานรวบรวมแบบแจ้งและเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งตามประกาศนี้พร้อมทั้งเสนอข้อวิเคราะห์เบื้องต้นเกี่ยวกับความถูกต้องและเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ของผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ทุกรายต่อคณะอนุกรรมการให้แล้วเสร็จภายในร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ทั้งนี้ อาจยื่นขอขยายระยะเวลา ต่อคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลา การขยายระยะเวลาให้กระทำได้ไม่เกินสิบห้าวัน และขอขยายได้ไม่เกินสองครั้ง

คณะอนุกรรมการจะต้องดำเนินการตรวจสอบการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ และเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเอกสารตามวรรคหนึ่ง หากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว อาจยื่นขอขยายระยะเวลา ต่อคณะกรรมการเป็นการล่วงหน้าก่อนครบกำหนดระยะเวลา ทั้งนี้ การขยายระยะเวลาให้กระทำได้ ไม่เกินสิบห้าวัน และขอขยายได้ไม่เกินสองครั้ง

การพิจารณาตรวจสอบการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ และเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ เพื่อใช้ในการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้สำนักงานเสนอผลการตรวจสอบที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาอันสมควรแต่ต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะอนุกรรมการมีมติ

ข้อ ๑๐ กรณีการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาให้สำนักงานดำเนินการรวบรวมแบบแจ้งพร้อมเอกสารหลักฐานการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญากับบุคคลอื่นต่อคณะอนุกรรมการพิจารณาสัญญาสัมปทานด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่สำนักงานได้รับเอกสารครบถ้วน โดยการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ข้อ ๑๑ เมื่อคณะกรรมการได้รับความเห็นจากคณะอนุกรรมการตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐ แล้ว ให้ตรวจความชอบด้วยกฎหมายและพิจารณาเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน

เมื่อคณะกรรมการมีมติเป็นประการใด ให้สำนักงานแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่ทราบเป็นหนังสือ พร้อมเปิดเผยข้อมูลและผลการตรวจสอบดังกล่าวในระบบเครือข่ายสารสนเทศของสำนักงานแก่สาธารณะภายในสิบห้าวัน

ข้อ ๑๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

[box type=”success” ]ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ พันเอก นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปฏิบัติหน้าที่แทน ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ [/box]