ความเป็นส่วนตัวในโลกดิจิตอล

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 4 กันยายน 2558 http://www.dailynews.co.th

Untitled-1

ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ (Privacy) ครับ ความเป็นส่วนตัวนั้นหมายถึงการที่เราเป็นผู้มีสิทธิกำหนดว่าจะให้ใครนั้นทราบข้อมูลเฉพาะตัวของเราได้บ้าง

สวัสดีครับ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับการเจาะระบบที่น่าสนใจข่าวหนึ่งที่อยากจะมาเล่าให้ฟังครับ ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ (Privacy) ครับ ความเป็นส่วนตัวนั้นหมายถึงการที่เราเป็นผู้มีสิทธิกำหนดว่าจะให้ใครนั้นทราบข้อมูลเฉพาะตัวของเราได้บ้าง

 

ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เบอร์โทรศัพท์ครับ การที่เราเลือกได้ว่าจะให้โทรศัพท์ของเรากับใครนั้น ก็คือ “ความเป็นส่วนตัว” ของเรานั่นเองครับ ผู้อ่านหลายท่านที่ใช้บัตรเครดิตอาจจะเคยโดนโทรศัพท์ที่โทรฯมาขายของโดยผู้ขายอ้างว่าได้รับความร่วมมือจากบัตรเครดิตดังกล่าว ซึ่งเกิดจากการที่บริษัทบัตรเครดิตได้นำเอาข้อมูลโทรศัพท์ของเรา ไปมอบให้กับผู้ที่ต้องการขายสินค้านั่นเอง การที่เราไม่ได้เป็นคนเลือกว่าเราจะให้เบอร์โทรศัพท์ของเรากับใคร แต่มีคนอื่นนำเอาเบอร์โทรศัพท์ของเราไปให้แทนนั้นหมายความว่าเราเสีย “ความเป็นส่วนตัว” ในเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว ต้องบอกก่อนว่าเรื่องโทรศัพท์นั้นเราไม่ได้โดนขโมยความเป็นส่วนตัวไปนะครับ เพราะตอนที่เราสมัครบัตรเครดิตต่าง ๆ นั้น ในใบสมัครจะมีเงื่อนไขเขียนไว้แล้วว่าเรายินยอมให้บริษัทบัตรเครดิตเอาเบอร์โทรศัพท์ของเราไปมอบให้คนอื่นได้ กล่าวคือเราเลือกที่จะยอมเสียความเป็นส่วนตัวของเราไปเอง เพื่อแลกกับการใช้บัตรเครดิต

 

บางท่านอาจจะมองว่าความเป็นส่วนตัวนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ผมมีกรณีที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องความเป็นส่วนตัวและการเอาข้อมูลของเราไปใช้ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังครับ ก่อนอื่นเลยขอเกริ่นถึง “เว็บไซต์หาคู่” ครับ เว็บไซต์หาคู่ก็คือเว็บที่ให้เราเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวของเราไว้ โดยมีเป้าหมายคือเพื่อหาคู่ชีวิต ซึ่งก็คือการหาคนที่สนใจมาคบหากันเพื่อศึกษาดูใจจนกระทั่งพัฒนาไปถึงการแต่งงาน เว็บไซต์หาคู่นี่เป็นที่นิยมมากครับ เพราะว่าคนเมืองโดยเฉพาะคนทำงานที่ใช้ชีวิตเร่งรีบก็จะไม่มีเวลาไปเจอผู้คนใหม่ ๆ ทำให้โอกาสการพบเพื่อนคู่ใจจนกระทั่งพัฒนาไปเป็นการแต่งงานเป็นไปได้ยาก เว็บไซต์หาคู่เหล่านี้ก็เปิดช่องทางให้พบผู้คนใหม่ ๆ ได้ง่ายมากขึ้น หลักการทำงานโดยพื้นฐานก็คือการพยายามจับคู่คนสองคนให้ ด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ให้สมาชิกเลือกดูสมาชิกที่ทำงานหรืออาศัยอยู่บริเวณใกล้ ๆ กัน หรืออาจจะเลือกดูคนที่มีงานอดิเรกคล้ายกัน ชอบในสิ่งเหมือน ๆ กัน เป็นต้น บางเว็บไซต์ก็ให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ แล้วเว็บไซต์ก็พยายามเลือกสมาชิกที่เว็บไซต์คิดว่าเหมาะสมกับเรามาให้ติดต่อไป ตัวอย่างของเว็บไซต์เหล่านี้ก็เช่น Match.com หรือ OkCupid.com หรือถ้ามองในรูปแบบของแอพบนมือถือก็เช่นแอพ Tinder เป็นต้นครับ

 

เรื่องที่น่าสนใจและเป็นประเด็นในวันนี้ของเราคือเว็บไซต์หาคู่แบบที่ออกจะแปลกอยู่หน่อย ก็คือเว็บไซต์ที่ชื่อว่า ashleymadison.com ครับ เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นการหาคู่ที่เน้นการทำตลาดไปยัง “คนที่ต้องการนอกใจ” คือเน้นไปยังคนที่มีคู่อยู่แล้วแต่ไม่พอใจในชีวิตคู่ และต้องการ “นอกใจ” คู่ของตัวเอง ฟังดูไม่น่าเชื่อใช่ไหมครับว่าจะมีเว็บไซต์ที่ประกาศตัวว่าสนับสนุนการทำลายสถาบันครอบครัวอย่างชัดเจน แต่ก็มีอยู่จริงครับ และเป็นที่นิยมสูงมากด้วย เว็บไซต์ดังกล่าวมีผู้ใช้ลงทะเบียนอยู่มากกว่า 37 ล้านคนเลยทีเดียว (มีเรื่องน่าสนใจนิดหน่อยคือในบรรดาผู้ใช้ที่ลงทะเบียนทั้งหมดนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายครับ และมีรายงานว่าผู้ใช้ที่เป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นผู้ใช้ปลอมที่เว็บไซต์สร้างขึ้นมาเอง) ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ผู้ใช้งานก็รู้ว่าการใช้งานเว็บไซต์นั้นก็เพื่อการนอกใจ และเป็นเรื่องผิดศีลธรรม แต่เวลาที่จะสมัครสมาชิกนั้น ผู้ใช้ก็ยินดีกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ลงไป ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถใช้บริการได้ สิ่งที่น่าตกใจคือเว็บไซต์ ashleymadison.com ไม่ได้เก็บค่าบริการในการสมัครสมาชิกครับ แต่เก็บค่าบริการในการ “เลิกใช้บริการ” แทน กล่าวคือการมาใช้บริการนั้นใช้ได้ฟรีหรือเสียค่าบริการสำหรับบางฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น ระบบ แชต แต่จุดที่ต้องเสียเงินอย่างแน่นอนก็คือ ถ้าวันหนึ่งเราอยากจะลบข้อมูลออกไปว่าเราไม่เคยใช้เว็บไซต์นี้แล้ว เราต้อง “จ่าย” ให้กับเว็บไซต์นี้นั่นเอง หรือพูดง่าย ๆ เว็บไซต์นี้ “ขาย” ข้อมูลส่วนตัวของเราให้กับตัวเราเองครับ แน่นอนว่าขายดีมาก เพราะผู้ใช้ก็รู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นผิดและไม่อยากให้ใครรู้ แต่ตอนที่ใช้บริการนั้นไม่ทันนึกถึงเรื่องของความเป็นส่วนตัว (หรือไม่ก็นึกออกแต่ไม่ได้สนใจ) กรอกข้อมูลลงไปโดยที่ไม่ทันนึกว่าข้อมูลที่กรอกลงไปนั้นคนอื่นก็เห็นได้เหมือนกัน พอนึกขึ้นได้ ก็ต้องเสียเงินให้เว็บไซต์ดังกล่าวเสียแล้ว เห็นไหมครับ ข้อมูลส่วนตัวของเราที่เราคิดว่าไม่สำคัญนั้น ด้วยวิธีการทำธุรกิจแบบสีเทาสักเล็กน้อย ข้อมูลดังกล่าวก็สามารถขายได้ทันที

 

เรื่องตลกของกรณีเว็บไซต์ ash leymadison.com ก็คือเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นถูกกลุ่มแฮกเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า The Impact Team เจาะระบบเข้ามาล้วงข้อมูลไปได้ครับ และแฮกเกอร์นั้นก็พบว่า บรรดาข้อมูลที่ผู้ใช้จ่ายเงินให้ลบออกจากระบบนั้น ระบบก็ยังเก็บข้อมูลการจ่ายเงินไว้อยู่ดี กล่าวคือถึงแม้จะลบข้อมูลการใช้งาน แต่ก็ยังเหลือข้อมูลการจ่ายเงินให้ลบการใช้งานอยู่อีก ซึ่งก็ทำให้มีคนเห็นได้อยู่ดีว่าผู้ใช้คนนั้นมาใช้เว็บไซต์ ดังกล่าว และได้จ่ายเงินเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็น ฟังแล้วซับซ้อนดีนะครับ ผลกระทบของการเจาะระบบดังกล่าวนั้นสูงมากครับ กลุ่มแฮกเกอร์นั้นได้ขู่กับเว็บไซต์ว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ถ้าหากไม่ยอมปิดเว็บไซต์ ซึ่งทางบริษัท Avid Life Media ที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ ashleymadison นั้นก็ไม่ยอมที่จะปิด ทำให้กลุ่ม The Impact Team นั้นเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะ และจากข้อมูลดังกล่าวนั้น ทำให้มีมิจฉาชีพมาหาประโยชน์ โดยเอาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เว็บไซต์นั้นมา แล้วติดต่อไปยังผู้ใช้โดยเรียกค่าไถ่ว่า ถ้าไม่จ่ายเงินมาให้ ก็จะนำเอาข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ไปแจ้งให้คู่สมรสของผู้ใช้เว็บไซต์ดังกล่าวทราบ ซึ่งก็แน่นอนว่ามีหลายคนยอมจ่ายครับ เห็นไหมครับ เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า ความเป็นส่วนตัวนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงมากครับ ถ้าเราไม่ได้รักษามันไว้ให้ดี ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตออนไลน์ให้มีความสุขนะครับ และคอยดูแลความเป็นส่วนตัวให้ดีครับ อ้อ แล้วอย่าไปใช้บริการเว็บไซต์นอกใจดังกล่าวนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน.

 

นัทที นิภานันท์ (nattee.n@chula.ac.th )

ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย“