“สื่อกับการให้ความหมายและคุณค่า” ด้านไสยศาสตร์-โหราศาสตร์

 

รายการสยองขวัญเขย่าหน้าจอทีวี  โฆษณาวัตถุมงคลผ่านรายการโทรทัศน์  รายการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ความเชื่อในสิ่งเร้นลับ ตลอดจนถึงการทำนายโชคชะตาตามหน้าจอทั้งฟรีทีวีและทีวีดาวเทียม หากมองด้วยสายตาของคนที่ตั้งคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์ คงอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า “ดูกันเข้าไปได้อย่างไร” ไม่เห็นจะมีอะไรประเทืองปัญญา แต่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งอาจย้อนกลับมาว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

จากตัวอย่างข้างต้นแสดงให้เห็นถึงการปะทะกันของสองวาทกรรมชุดความรู้ความหมายที่เกี่ยวกับศรัทธาของผู้คน

แม้ว่าโลกจะมีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุและเทคโนโลยีไปมากมายเพียงใด แต่เรื่องของความเชื่อและศรัทธาต่อศาสนายังคงเป็นสิ่งที่จำหลักมั่นคงในจิตใจของผู้คน เพียงแต่จะแสดงออกมาในระดับที่มากหรือน้อยแตกต่างกันไป และเมื่อพูดถึงศาสนาแล้วยังมีอีกสองคำที่ตามติดมา คือไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ ที่แม้ว่าจะเป็นอีกชุดของระบบความรู้ความเชื่อ แต่ทั้งสองสิ่งนี้กลับดำรงอยู่ได้โดยแอบอิงกับศาสนามาโดยตลอด

รายการที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ นั้นเป็นรายการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เหตุการณ์เหนือธรรมชาติ  เวทมนตร์ คาถา การปลุกเสก พิธีกรรม และเรื่องลี้ลับต่างๆ   ส่วนรายการที่เกี่ยวกับโหราศาสตร์ เน้นเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการทำนายดวงชะตาบุคคล ดวงชะตาบ้านเมืองด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยสามารถแบ่งการนำเสนอรายการได้เป็น 2 รูปแบบคือ รูปแบบความเชื่อในฐานะแหล่งความรู้และบันเทิง กับ รูปแบบความเชื่อในฐานะสินค้า/บริการเพื่อการขาย

 

ทั้งนี้ รายการประเภทนี้ถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของการสร้างความกลัว  สร้างความเชื่อมั่น สร้างประโยชน์ที่ได้รับ และแนวทางการแก้ปัญหาชีวิต ส่วนรูปแบบการนำเสนอมีการจูงใจผ่าน  5 รูปแบบ คือ  1) การเล่าเรื่อง  2) การอ้างอิงหลักฐาน 3) การจำลองเหตุการณ์ 4) การพาชมสถานที่จริง  5) เทคนิค แสง สี เสียง  ด้วยทั้งหมดขององค์ประกอบในรายการดังที่กล่าวมา ส่งผลให้เกิดการโน้มน้าวจิตใจผู้ชมให้เชื่อและยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้อวัตถุมงคลหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับโชคชะตามาไว้เพื่อความสบายใจ

เมื่อพิจารณาดูรายการเหล่านี้เราจะพบเห็นความเชื่อมโยงกันระหว่างธุรกิจกับความเชื่อ ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์  ที่ถูกผลิตออกมาเป็นสินค้าในชีวิตประจำวัน มีการขยายกลุ่มเป้าหมายสู่กลุ่มวัยรุ่น เยาวชน คนเมือง ผู้หญิง มีการนำเสนอหลากหลายรูปแบบให้น่าสนใจ ไม่ต่างจากรายการละคร ภาพยนตร์ หรือ รายการวาไรตี้บันเทิง แถมบริการครบวงจรด้วยหลากหลายช่องทาง/วิธีการสั่งซื้อ จำหน่าย  รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ  บางรายก้าวไกลไปถึงขั้นการทำพิธีกรรม การทำนายผ่าน SMS  audio text  นับว่าเป็นการหลอมรวมการทำธุรกิจด้านความเชื่อให้เข้ากับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ที่สอดคล้องกับลีลาชีวิตของผู้คนสมัยใหม่อย่างยิ่ง

 

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีเดียมอนิเตอร์เคยทำการศึกษารายการไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ในทีวีดาวเทียม ซึ่งแตกต่างจากการศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อทางไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ที่มีมาก่อนหน้านี้  ที่จะเป็นการศึกษาเฉพาะกลุ่ม เช่น นักธุรกิจ นักเรียนอาชีวะ นักมวย เป็นต้น และเป็นการวิจัยเฉพาะพื้นที่ ไม่มีการวิจัยที่เชื่อมโยงมาถึงสื่อ  ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงเบื้องหลังความคิดของการนำเสนอเรื่องราวรายการที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ จะพบว่ามีวาทกรรม และมายาคติเกี่ยวกับศาสนาพุทธ การทำให้เป็นสินค้า และการสื่อสารเพื่อโน้มน้าวใจ อยู่เบื้องหลังการทำงาน ไม่ว่าผู้ผลิตรายการนั้นจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม

 

สำหรับการศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทยนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจบริบทของสังคมไทย  ดังที่ ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยาและด้านรัฐศาสตร์ ได้กล่าวว่าศาสนาประจำชาติของไทย แท้จริงแล้วไม่ใช่ศาสนาเดี่ยวบริสุทธิ์ แต่เป็นศาสนาผสม (syncretism) เรียกเป็นศัพท์เฉพาะว่า “ศาสนาผีพราหมณ์พุทธ” หรือ “Animist-Brahmin-Buddhism” เนื่องจากเป็นการเอาสามศาสนาสามความเชื่อมาผสมรวมกันกลายเป็นศาสนาใหม่และปฏิบัติบูชาผสมรวมกันไปอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ตัวอย่างเช่น คนไทยทุกบ้านมีการตั้งทั้งศาลตายายเพื่อบูชาผี วิญญาณบรรพบุรุษ และวิญญาณเจ้าที่ ขณะเดียวกันก็ตั้งศาลพระภูมิ เพื่อบูชาเทพเทวดาต่าง ๆ แล้วก็ยังตั้งโต๊ะหมู่บูชาตั้งพระพุทธรูปเพื่อสวดมนต์บูชาพระพุทธเจ้าไปพร้อม ๆ กัน และบนโต๊ะหมู่บูชาที่วางพระพุทธรูปนั้น ก็ยังวางเทวรูปของศาสนาพราหมณ์ไปด้วย พระสงฆ์ที่ร่วมพิธีหรือทำพิธีทั้งพิธีผีพราหมณ์พุทธสามความเชื่อได้ และยังทำคุณไสยได้ด้วย

 

ด้วยเหตุนี้จึงถือได้ว่าศาสนาประจำชาติของไทยเป็นศาสนาผสม เป็นเอกลักษณ์พิเศษ ที่ผู้ผลิตสื่อและผู้เสพสื่อต้องระแวดระวังและรู้เท่าทันต่อปฏิบัติการทางวาทกรรมที่เกิดขึ้นในสังคม กล่าวคือไม่อาจจะกล่าวโทษสิ่งที่เกิดขึ้นในรายการด้านไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ทั้งหมดว่าเป็นความงมงาย พร้อมกันนั้นก็ต้องทำความเข้าใจว่าสิ่งใดคือเปลือก สิ่งใดคือแก่นในทางศาสนาของการนำเสนอในรายการเหล่านั้น

 

ในปัจจุบัน การนำเสนอเนื้อหาหรือรายการที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ โหราศาสตร์มิได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงในสื่อโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์เท่านั้น  แต่รายการในกลุ่มนี้รวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวกับพุทธพาณิชย์ยังได้นำเสนอในเวทีสื่ออื่น ๆ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งขยายตัวไปยังกลุ่มผู้รับสารได้ตรงตัวมากขึ้น และเปิดประเด็นนำเสนอ “สินค้าใหม่” ได้ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นหินนำโชค และตุ๊กตาลูกเทพ ที่เป็นกระแสได้รับความนิยมเมื่อไม่นานนี้

 

จึงเป็นเรื่องที่ผู้รับสารควรจะต้องรู้เท่าทันต่อสิ่งที่เกิดขึ้นโดยชั่งน้ำหนักพิจารณาว่ารายการทำนองนี้มีเบื้องหลังความคิดที่มาที่ไปอย่างไร และใครได้ประโยชน์จากเนื้อหาของรายการลักษณะนี้ เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวง และรู้ทันกับสิ่งที่สื่อได้สร้างความหมายให้แก่เรื่องไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ที่ยังคงดำเนินไปอย่างไม่สิ้นสุด ตราบเท่าที่คนยังมีความต้องการสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ

 

ข้อมูลประกอบการเขียน – รายงานการศึกษา “บทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะต่อกลุ่มการศึกษาประเด็น สื่อกับการให้ความหมายและคุณค่า” โดย ดร.เจษฎา ศาลาทอง ผู้สนใจอ่านบทวิเคราะห์นี้ และผลการศึกษาฉบับเต็มของการศึกษารอบที่ 53 เรื่อง “รายการไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ในทีวีดาวเทียม”สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.mediamonitor.in.th  หรือทางอีเมล mediamonitorth@gmail.com