5 ประเด็น จาก 2 ปี ของดิจิทัลทีวี

ที่มา : Marketeer วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 http://marketeer.co.th

Digital-TV-FEB16---HEAD

จากเมษายน 2557 ดิจิทัลทีวีก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ช่อง 3 7 9 ก็โดนแบ่งเรตติ้งไปมาก และช่องอย่าง ช่อง Workpoint ช่อง8 ช่องMono29 ก็พัฒนารายการจนก้าวมาเป็นอันดับ 3-5 ได้อย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันหลายคนก็คงได้ยินข่าวการปรับโครงสร้างของหลายช่อง เพื่อความอยู่รอด

มาดูกันว่า 5 ประเด็นที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

Digital-TV-FEB16---CONTENT1

1.มูลค่าโฆษณาทีวี 7.8 หมื่นล้านบาท โดยส่วนของดิจิทัลทีวีโต 144%

ภาพรวมมูลค่าโฆษณาทีวี 78,456 ล้านบาท (เพิ่ม 8.43%) แบ่งเป็นช่องเดิม 57,526 ล้านบาท (ลด9.8%) ช่องดิจิทัล 20,930 ล้านบาท (เพิ่ม144%) ซึ่งถ้าดูจากตัวเลข จะเห็นว่าเม็ดเงินโฆษณาเริ่มขยับมาที่ดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

Digital-TV-FEB16---CONTENT3

2.สัดส่วนการรับชม (นาที) ระหว่างช่องเดิม และช่องใหม่ ขยับจาก 62%ต่อ38% เป็น 82%ต่อ18%

โดยช่อง7 เรตติ้งลดลงฉลี่ย 18% ช่อง3 ลงลง 30% ช่อง9 ลดลง 60% ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวก็เป็นไปตา ที่คาดว่าจะเกิดการแข่งขันมากขึ้น รูปแบบรายการที่หลากหลาย โดยละคร เกมส์โชว์ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช่องเดิมสามารถรักษาฐานผู้ชมไว้ได้

3.Killer Content จะกลายเป็นตัวกระตุ้นยอดคนดูชัดเจน “กีฬา ละคร เกมส์โชว์”

โดยเฉพาะช่องกีฬาที่ถือเป็นรายการทรงคุณค่าก็ว่าได้ เพราะสามารถดึงประชาชนทุกคนมาไว้ที่ช่องได้ แต่หากดึง Killer Content มาแต่รายการปกติไม่มีคุณภาพ ไม่ถูกใจคนดู สุดท้ายเรตติ้งที่ได้ก็ได้แค่ระยะสั้นเท่านั้น

4.ช่องไหน Target Group ชัดเจน จะขยับมาเป็นผู้นำ

ดูได้จาก ช่องWorkpoint ช่อง8 ช่องMono29 การที่แบรนด์มีคาแรคเตอร์ชัดเจนทำให้สามารถสร้างฐานผู้ชมที่จับต้องได้ ดังนั้นหากช่องที่ยังไม่ชัดเจน หรือมีคอนเทนท์สู้รายการอื่นไม่ได้ ก็ยากที่จะแบ่งเค้กเรตติ้งชิ้นนี้ได้ ยกตัวอย่าง ช่อง Workpoint เน้นวาไรตี้ เกมโชว์ ช่อง8 เน้นวาไรตี้ ละคร ช่องโมโน เน้นหนังและซีรียส์จากต่างประเทศ

ในขณะที่ช่องข่าวและสารคดี ที่มีการแข่งขันสูงมาก เนื่องจากมีคนดูไม่มากเท่าละคร กีฬา แถมยังมีผู้เล่นในตลาดจำนวนมาก ดังนั้นช่องที่ยังตามหลังต้องปรับเปลี่ยนรายการ และเปลี่ยนโครงสร้างของบริษัท มิฉะนั้นการสร้างรายได้ การคืนทุนจะยิ่งช้าออกไป

5.ช่องทางการเข้าถึงดิจิทัลทีวีของประชาชน สูงถึง 13.1 ล้านเครื่อง

อุปกรณ์ที่สามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ แบ่งเป็น Set Top Box ที่มีการจำหน่ายหรือแลกคูปองกว่า 8.7 ล้านกล่อง idTV ยอดจำหน่ายประมาณ 4.4 ล้านเครื่อง และถ้ารวมไปถึงสมาร์ทดีไวซ์ อย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน จะมีอีก 1.4 ล้านเครื่องที่สามารถรับสัญญาณได้ จากอุปกรณ์ดังกล่าวทำให้การเข้าถึงของดิจิทัลทีวีในไทยจะมากถึง 95% ในปี 2017 ซึ่งก็จะสอดคล้องกับข้อกำหนดที่ว่าฟุตบอลยูโร กีฬาโอลิมปิก คนไทยทุกคนดูฟรี