หนีตายกระชากเรตติ้ง ทีวีดิจิตอลปรับโครงสร้างเร่งหาจุดขายใหม่

ที่มา : ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 http://www.thansettakij.com

หน้าจอร้อนฉ่า บิ๊กทีวีดิจิตอลสั่งทุ่มงบอัดฉีดคอนเทนต์ฮอตยันยกเครื่ององค์กรหวังกระทุ้งเรตติ้งพุ่ง โมโน 29 ม้ามืด แซงช่อง 8 ขึ้นอันดับ 4 ชูโพสิชันนิงซีรีส์แอกชันจับวัยมัน สปริงนิวส์-วอยซ์ทีวี โละคน ปรับโครงสร้างลดต้นทุนปั้นแบรนด์ยั่งยืน ด้านพีพีทีวีมั่นใจเดินถูกทางเพิ่มทุนเท่าตัว ขนทัพกีฬาดัง ละครเด่นจ่อลงจอ ฟากเจ๊ติ๋มยํ้าชัด “ไม่จ่ายเงิน” ต่อหน้าศาลปกครองกลางหลังไต่สวนวันแรก

ไม่เพียงกลุ่มเรตติ้งรั้งท้ายที่มีปัญหา ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลที่มีเรตติ้งระดับต้น ก็ต้องแข่งขันอย่างหนัก จากข้อมูลบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในปี 2558 เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ ซึ่งมีบิลลิ่งรวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น สื่อทีวีอนาล็อก 5.75 หมื่นล้านบาท ทีวีดิจิตอล 2.09 หมื่นล้านบาท และเคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียม 6.05 พันล้านบาท สะท้อนการเติบโตแบบก้าวกระโดดของทีวีดิจิตอล จากปีก่อนหน้าที่มีรายได้โฆษณาราว 8.58 พันล้านบาท และส่งสัญญาณให้เห็นว่าอนาคตจะทำเงินได้มหาศาล โดยเฉพาะเมื่อผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เริ่มค้นพบช่องทางและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งปีนี้การก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ถือเป็นสนามการแข่งขันที่น่าจับตามอง เพราะผู้ที่ปรับตัวเร็วและวางกลยุทธ์การตลาดได้อย่างแยบยล จึงจะสามารถครองเรตติ้งได้ดี เห็นได้จากในช่วงเดือนเศษที่ก้าวเข้าสู่ปี 2559 ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลต่างลุกขึ้นมาขยับและปรับยุทธศาสตร์ในการเดินอย่างเต็มสูบ

ศึกทีวีดิจิตอลระอุ

โดยนายนวมินทร์ ประสพเนตร ผู้ช่วยประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารทีวีดิจิตอลช่อง “โมโน 29” เปิดเผยว่า กลยุทธ์การทำตลาดนับจากนี้ บริษัทเตรียมสร้างทีมบุคลากร เพื่อผลิตละครซีรีส์แนวแอคชั่นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับคาแรกเตอร์ของช่องโมโน 29 ซึ่งเป็นช่องทีวีเฉพาะกลุ่มผู้ชม ที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์ซีรีส์ และละครในรูปแบบแอคชั่น เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นช่องว่างการตลาดทีวีในประเทศไทย ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการใดที่เน้นคอนเทนท์สไตล์นี้ ขณะที่มีความต้องการในตลาดค่อนข้างสูง

“หลังจากที่ทดลองตลาดทีวีดิจิตอลมาระยะหนึ่ง ขณะนี้บริษัทเริ่มคาดเดาทิศทางที่จะก้าวไปได้แม่นยำมากขึ้น นั่นคือการเป็นช่องโทรทัศน์ประเภทภาพยนตร์ ซีรีส์ ละคร แอคชั่น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลองผลิตละครเรื่องตี๋ใหญ่ ดับดาวโจร ออกอากาศผ่านช่องโทรทัศน์ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ เวลา 20.30 น.พบว่าได้รับการตอบรับที่ดี และสามารถทำเรตติ้งละครไทยของโมโน เพิ่มขึ้นเป็น 1.6 ขณะที่ในปัจจุบันมีเรตติ้งรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 0.48 ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 แซงหน้าช่อง 8 จากเดิมที่อยู่ในอันดับที่ 5 ซึ่งเร็วกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ และภายในปี 2560 คาดว่าจะมีเรตติ้งเพิ่มเป็น 1.0 จากการเพิ่มคอนเทนท์ทั้งในและต่างประเทศในรูปแบบแอคชั่น”นายนวมินทร์กล่าวและว่าหลังปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ บริษัทยังปรับแผนในการรุกธุรกิจต่อเนื่อง ขณะที่ทีมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจทีวีปัจจุบันมีอยู่จำนวนทั้งสิ้น 300 คน ยังมีทิศทางที่ดีและไม่มีแผนปรับลดพนักงานแต่อย่างใด ขณะที่ธุรกิจที่มีการปรับลดพนักงาน อาจจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ไม่สร้างกำไร เช่น ธุรกิจเพลง ออนไลน์ และนิตยสาร เป็นต้น อย่างไรก็ดีปีนี้จะขยายฐานกลุ่มผู้ชมตลาดต่างจังหวัดให้มากขึ้น โดยเตรียมใช้งบลงทุนราว 40-50 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมการตลาดเจาะกลุ่มผู้ชม เช่น การฉายหนังกลางแปลง เป็นต้น และในอนาคตจะมีการเปิดแพคเกจสปอนเซอร์ให้กับลูกค้าที่สนใจด้วย

ช่อง 8 กระทุ้งเรตติ้งพุ่งเท่าตัว

อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) (บมจ.) ผู้บริหารช่อง 8 กล่าวว่า บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุน 2 พันล้านบาท แบ่งเป็น การผลิตคอนเทนต์ 1 พันล้านบาท สำหรับผลิตละครใหม่ไม่ต่ำกว่า 30 เรื่องเพื่อออกอากาศให้ครบทั้ง 7 วัน อาทิ ล่าดับตะวัน เชลยศึก ระบำไฟ เป็นต้น ขณะที่อีก 800 ล้านบาทสำหรับลงทุนผลิตรายการวาไรตี้, รายการกีฬา และรายการข่าวทุกช่อง ส่วนอีก 200 ล้านบาทสำหรับการลงทุนพัฒนาระบบไอทีและโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการจดจำและรับรู้ช่อง 8 ออกอากาศหมายเลข 27

ขณะที่เรตติ้งของช่อง 8 ซึ่งร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 5 ต่อจากโมโน 29 นั้น ผู้บริหารของอาร์เอส กล่าวว่า ต้องขอดูตัวเลขเรตติ้งเสียก่อน ว่ามีความถูกต้องแค่ไหน

 ปลดคนลดอุ้ยอ้ายองค์กร

ตั้งแต่ต้นปีมานี้ สถานีทีวิดิจิตอลหลายรายเคลื่อนไหวปรับองค์กรให้กระชับ โดยการปรับลดพนักงานต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสปริงนิวส์ ที่ประกาศฟ้าผ่าปลดพนักงานออกจำนวน 38 คน โดยนางสาววทันยา วงษ์โอภาสี รองประธานกรรมการ บริหารด้านธุรกิจองค์กร และรักษาการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปริงนิวส์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวยอมรับว่า การคัดพนักงานออก เป็นเรื่องจริง แต่เป็นจำนวนเพียงแค่ 38 คนเท่านั้น ไม่ใช่จำนวนมากถึง 100 คนอย่างที่เป็นข่าวลือ แบ่งเป็น นักข่าว 9 คนและที่เหลือเป็นฝ่ายอื่น ๆ อาทิ เจ้าหน้าที่ธุรกิจ โปรดิวเซอร์ เป็นต้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นการปรับโครงสร้างองค์กรภายใน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายในการดำเนินธุรกิจปี 2559 ที่ต้องการเดินหน้าผลิตคอนเทนต์ ด้านข่าวเศรษฐกิจและธุรกิจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข่าวต่างประเทศ ขณะที่นักข่าวที่ออกไปส่วนใหญ่เป็นนักข่าวสายในประเทศ ที่ไม่สอดคล้องกับแผนธุรกิจของบริษัท

ขณะที่ไทยทีวียื่นข้อเสนอให้พนักงานสมัครใจยื่นใบลาออก จำนวนกว่า 20 คน โดยให้สาเหตุว่า บริษัทต้องการลดรายจ่าย ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการ เมื่อบริษัทขาดทุน ทั้งนี้หากประเมินค่าใช้จ่ายการบริหารสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง มีภาระไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาทต่อเดือน

ล่าสุดเป็นคิวของช่องทีวีทุนหนาอย่าง “วอยซ์ทีวี” ที่ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ส่งผลให้ต้องลดพนักงานลง 57 อัตราด้วย โดยเรื่องดังกล่าวนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทวอยซ์ ทีวี จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี กล่าวว่า เพื่อให้องค์กรมีขนาดที่เหมาะสมต่อการทำงาน ในภาวะที่ธุรกิจทีวีดิจิตอลมีการแข่งขันสูง ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์การบริหารและโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เป้าหมาย”วอยซ์ทีวี” คือ ต้องการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำของผู้ผลิตสื่อยุคใหม่ภายใต้แนวคิด Cross Platform Content Provider ทีวีสื่อสารครบทุกช่องทาง ที่ต้องการผลิตเนื้อหารายการทีวีคุณภาพสูง และส่งตรงถึงผู้รับสื่อยุคใหม่ครบทุกช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับชมผ่านสื่อออนไลน์ ที่เป็นอนาคตของการสื่อสาร และมุ่งมั่นที่จะเป็นสถานีข่าวสำหรับคนรุ่นใหม่ นำเสนอเหตุการณ์และข่าวสารสำคัญทั้งในและต่างประเทศ

 เพิ่มทุน ปรับผังพร้อมลุย

ขณะที่นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 (PPTV HD ช่อง 36) กล่าวว่า พีพีทีวี ประกาศเพิ่มทุนเป็น 3 พันล้านบาท จากเดิม 1.5 พันล้านบาท เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน และเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมทั้งขยายงานด้าน NON Broadcast ด้วยการจับมือกับไลน์ประเทศไทย (Line Thailand) นำละครไทยและรายการที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ขึ้น “ไลน์ทีวี” ส่งผลคนดูละครเพิ่มเป็น 2 ล้านวิว

โดยนโยบายของบริษัทในปีนี้ มุ่งเน้นให้เป็นปีแห่ง Partnership & Engagement เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้ โดยเริ่มจัดผังรายการใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีสัดส่วนรายการประเภทข่าว 28% เพิ่มรายการสารคดีข่าวอาเซียน และส่งทีมข่าวเจาะลงพื้นที่ในกลุ่มประเทศอาเซียนทุกเดือน ด้านรายการบันเทิง สถานีเพิ่มละครคุณภาพ ตามช่วงเวลาที่เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เจาะคนในภูมิภาค อีก 3 ช่วงเน้นคอนเทนต์ด้านกีฬา ทั้งการถ่ายทอดสดการแข่งขันมวยสากล ของสหพันธ์มวยนานาชาติ หรือ ไอบ้า (AIBA) จากเดิมที่มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและบุนเดสลีกา และในเดือนมีนาคมนี้จะมีการแข่งขันมวยสากลโอลิมปิกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย โอเชียเนีย นอกจากนี้ยังมีรายการเรียลลิตี้รูปแบบแปลกใหม่ ละครเช้า เย็น ค่ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“ปี 2559-2560 พีพีทีวีจะเน้นรายการหลัก ๆ 3 ประเภท คือ ข่าว กีฬา และ ละครไทย ส่วนรายการวาไรตี้ หรืออื่นๆ จะเป็นรายการเสริม โดยกีฬาจะต้องมีความสด ละครสด แปลก ใหม่ สามารถดูรีรันได้ และจัดวางเวลาให้ดูได้ทุกช่วง ไม่ใช่เฉพาะช่วงไพรม์ไทม์ ส่วนประเภทข่าวได้เพิ่มข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจโลกเกี่ยวข้องกับอาเซียน”

 ช่องวัน 31 เสริมทัพละคร

ด้านช่องทีวีดิจิตอลอีกช่อง ที่เป็นน้องใหม่ แต่เรตติ้งมาแรง และประกาศรุกหนัก คือ ช่อง”วัน 31″ ซึ่งนายถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็มวันทีวี จำกัด ผู้บริหาร ช่องวัน31 กล่าวว่า บริษัทเตรียมเงินกว่า 2 พันล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านคอนเทนต์ 1.5 พันล้านบาท เน้นไปที่ละคร 50-56% ส่วนอีก 500 ล้านบาท จะใช้สำหรับบริหารจัดการช่อง โดยไตรมาสแรกของปีนี้จะเพิ่มละครเพื่อมาเรียกเรตติ้งให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อเธอ , นางบาป และเรือนร้อยรัก เป็นต้น ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ราว 50% ตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ เป็นต้นไป และจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้เติบโตกว่า 80%

“1-2 ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอล ซึ่งบริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องของการรับชม และการเข้าถึงทีวีดิจิตอลเป็นหลัก และเมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 3 บริษัทจะเน้นเรื่องคอนเทนท์ให้ตอบโจทย์โพสิชั่นนิ่งของช่องให้มาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาซูเปอร์ไพร์มไทม์ ของทุกวัน เพื่อให้ตอบโจกย์ผู้ชมให้มากขึ้น”

 นิวทีวียกเครื่องข่าวเช้า

ด้านนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหาร บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด ผู้บริหารช่อง “นิวทีวี” กล่าวว่า บริษัทเตรียมปรับเปลี่ยนรูปแบบ การนำเสนอข่าว ให้มีความเข้มข้นและน่าสนใจ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และตอกย้ำการเป็นผู้นำช่องข่าวสารและสารคดี ให้มากขึ้นโดยปรับเปลี่ยนเวลาและแนวทางการ นำเสนอข่าวเช้า หรือ new)ข่าวเช้า ซึ่งจากเดิมออกอากาศ เวลา 06:00 – 07:00 น. จะขยับเวลาเป็น 07:00 – 08:00 น. ซึ่งรายการนิวข่าวเช้า นี้จะนำเสนอข่าวสารภายใต้แนวคิด เปิดโลกข่าวสารยามเช้าอย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมงบลงทุนด้านคอนเทนท์ราว 800 ล้านบาทซึ่งกว่า 50% จะเน้นคอนเทนท์ด้านข่าวสารและสารคดี 30% เป็นซีรีส์ฮอลลีวู้ดจากต่างประเทศ และอีก 20% เป็นคอนเทนท์ด้านอื่นๆ เช่น รายการเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีช่วงพิเศษ คือช่วง slowlife จากทีมผู้ประกาศ อาทิ ศตกมล วรกุล , เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ , นุชนาฏ อุมานันท์ , อัญชะลี ไพรีรัก เป็นต้น โดยเน้นข่าวต่าง ๆที่อยู่ในกระแสสังคมนำมาร่วมพูดคุย และวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 เนชั่นเท 200 ล.ผลิตงานคุณภาพ

อีกช่องทีวีดิจิตอล ที่มีการขับเคลื่อนตั้งแต่ต้นปี เป็นการส่งสัญญาณ ว่าพร้อมเดินหน้ารุกธุรกิจต่อ คือค่ายเนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป โดยนางสาวดวงกมล โชตะนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่นมัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บมจ.) กล่าวว่า ปีนี้เนชั่นฯ วางงบประมาณสำหรับลงทุนด้านคอนเทนต์กว่า 200 ล้านบาท สำหรับนำเสนอคอนเทนต์ ผ่านทางช่องเนชั่นทีวี และ NOW26 โดยเตรียมผลิตรายการคุณภาพ และเนื้อหาข่าวให้มากขึ้น พร้อมนำเข้าคอนเทนท์จากต่างประเทศเพิ่มเติม นอกจากนี้เครือเนชั่น ยังมีแผนสนับสนุนผู้ผลิตสารคดีในประเทศที่มีฝีมือทัดเทียมกับสตูดิโอสารคดีระดับโลก โดยตั้งงบประมาณไว้ 60 ล้านบาท

“ปัจจุบันบริษัทปรับผังการวางคอนเทนต์ใหม่ โดยวางตัวเองเป็นช่องสาระ ทั้งข่าว และสารคดี ซึ่งเชื่อว่าคนไทยต้องการทางเลือกใหม่ในการรับชมทีวี ขณะที่ด้านช่อง NOW26 จะมุ่งเน้นรายการคุณภาพที่หลากหลาย สร้างความต่าง และตั้งเป้าก้าวสู่ความเป็นที่หนึ่งของช่องสารคดี ทั้งสารคดีจากต่างประเทศ และสารคดีในประเทศ”

ทั้งนี้ในรอบปีที่ผ่านมา การดำเนินงานทีวีทั้งสองช่องของเครือเนชั่น มีทิศทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ชมขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นรูปแบบการบริโภคสื่อของคนไทย ที่ต้องการทางเลือกและความหลากหลาย และแม้อุตสาหกรรมดิจิตอลทีวีจะมีอุปสรรคอยู่มาก แต่บริษัทเชื่อว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ทั้งช่องเนชั่นทีวี และ NOW26

  ไทยทีวี ยืนยันไม่จ่ายเงิน

สำหรับความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคำร้องบริษัท ไทยทีวี จำกัด ที่ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่องที่บริษัทถือใบอนุญาตอยู่ ได้แก่ ช่อง “ไทยทีวี” และช่อง “MVTV Family” (ช่องโลก้า) รวมถึงให้ชำระเงินค่าประมูลที่เหลือทั้งหมดทุกงวด รวมเป็นเงินกว่า 1.74 พันล้านบาท โดยระบุว่า เป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการกระทำละเมิดอันเกิดจากการออกคำสั่งทางปกครองนั้น

วันนี้ (23 กุมภาพันธ์ 2559) นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ “ติ๋ม ทีวีพูล” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยทีวี จำกัด ได้มาชี้แจงต่อศาลปกครองด้วยตนเอง พร้อมทีมกฎหมายอีก 3 คน โดยนางพันธุ์ทิพา กล่าวว่า หลังจากชี้แจงและนำรายละเอียดข้อมูลที่เป็นผลกระทบต่อธุรกิจของตนให้ศาลปกครองได้พิจารณาแล้ว โดยส่วนตัวขอยืนยันไม่จ่ายเงิน เนื่องจากไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเพราะบริษัทได้แจ้งให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รับทราบนานแล้วว่าต้องการคืนใบอนุญาต ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมากสทช.เป็นผู้เสนอให้บริษัทหาพันธมิตรมาร่วมลงทุน และที่ผ่ามาบริษัทก็ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ขอทำต่อไป เนื่องจากฝ่ายที่ผิดสัญญาคือฝ่ายกสทช.